บทความ


น้ำมันมะพร้าว กับเรื่องความสวยความงาม

น้ำมันมะพร้าว คืออะไร

          น้ำมันมะพร้าว คือ น้ำมันที่ได้จากผลมะพร้าวนั่นเอง โดยนำมาสกัดแยกน้ำมันออกจากเนื้อมะพร้าวด้วยวิธีสกัดเย็น ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ใช้ความร้อนสูง และไม่ต้องผ่านกระบวนการแปรรูปทางเคมี ซึ่งน้ำมันที่ได้จึงมีลักษณะใสเหมือนน้ำ ไม่มีกลิ่นหืน แต่มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมะพร้าวปนมาด้วย เพราะเหตุนี้จึงทำให้ น้ำมันมะพร้าวจึงมีชื่อเรียกหลายชื่อ ทั้งน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Extra Virgin Coconut Oil) เป็นต้น

น้ำมันมะพร้าว ได้ถูกจัดว่าเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำมันชนิดอื่น เพราะมีกรดไขมันอิ่มตัวสายปานกลาง เผาผลาญได้เร็ว และยังมีแร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ ดี อี เค ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้งานได้ทันที จึงทำให้น้ำมันมะพร้าวมีสรรพคุณต่อสุขภาพในหลายๆ ด้าน นอกจากประโยชน์ด้านสุขภาพแล้ว น้ำมันมะพร้าวยังมีคุณสมบัติบำรุงความงามตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าได้อีกด้วย

ประโยชน์ด้านความงาม

1. น้ำมันมะพร้าวใช้หมักผม หากนำน้ำมันมะพร้าวไปหมักผม ก็ควรจะสระด้วยยาสระผมอีกครั้ง และล้างออกด้วย น้ำอุ่น จะทำให้ความมันบนเส้นผมก็จะลดลง เส้นผมจะนุ่มขึ้น และดูเงางาม

2. น้ำมันมะพร้าวใช้นวดตัว น้ำมันมะพร้าวสามารถเป็นน้ำมันสำหรับนวดสปาได้ สามารถผสมน้ำมันหอมระเหยเข้าไปด้วยประมาณ 2-3 หยด เพื่อช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย

3. น้ำมันมะพร้าวใช้เป็นลิปบาล์ม สามารถเพิ่มความชุ่มชื้นให้เรียวปากด้วยน้ำมันมะพร้าว แค่หยดบนนิ้วมือ ทาบาง ๆ บนริมฝีปาก ก็ช่วยให้เรียวปากไม่แห้งตึงแล้ว

4. น้ำมันมะพร้าวบำรุงเล็บ น้ำมันมะพร้าวช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเล็บ และจมูกเล็บได้ ทำให้เรียวมือของเราเต่งตึง ไม่เหี่ยวย่น

5. น้ำมันมะพร้าวลดรอยคล้ำใต้ดวงตา ผิวบริเวณใต้ดวงตานั้นมีความบอบบางมาก ทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ถุงใต้ตา หรือรอยคล้ำใต้ตาได้ง่าย น้ำมันมะพร้าวก็มีคุณสมบัติบำรุงผิวรอบดวงตาได้

6. น้ำมันมะพร้าวช่วยบำรุงเส้นผม หากลองใช้น้ำมันมะพร้าวปริมาณเท่าเมล็ดถั่วบำรุงชโลมบนเส้นผม จะช่วยเพิ่มความหนา ลดอาการชี้ฟู ขาดเส้น และหลุดร่วงได้

7. น้ำมันมะพร้าวรีมูฟเวอร์ ใช้น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ ช่วยลบเมคอัพได้ ใช้สำลีชุบน้ำมันมะพร้าว เช็ดเบา ๆ บนเมคอัพ ล้างออกด้วยน้ำอุ่น

8. น้ำมันมะพร้าวบอดี้สครับ นำเกลือและน้ำตาลผสมในอัตราส่วนเท่ากัน แล้วนำไปละลายในน้ำมันมะพร้าว ใช้ขัดผิวในบริเวณที่ต้องการ ช่วยขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ทำให้ผิวนุ่มขึ้น ใช้ขัดข้อศอก และหัวเข่าที่ด้าน หากต้องการเพิ่มกลิ่นหอมที่ผ่อนคลายมากขึ้น ก็หยดน้ำมันหอมระเหยเพิ่มเข้าไปได้

9. น้ำมันมะพร้าวกำจัดขน เพียงแค่นำน้ำมันมะพร้าวไปผสมกับน้ำอุ่นให้ร้อนเล็กน้อย ชโลมให้ทั่วผิวบริเวณที่ต้องการจะโกนขน ก็จะโกนได้เกลี้ยงเกลา ไม่เกิดการระคายเคือง ผิวเนียนนุ่ม

 

น้ำมะพร้าวสกัดเย็นล้วนมีประโยชน์ไม่ว่าจะทั้งภายในและภายนอกร่างกาย อย่างนี้เห็นว่าต้องมีติดบ้านไว้บ้างแล้ว ยังไงสวยแล้วอย่างลืมรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพด้วยนะครับ

 

ด้วยความปราถนาดีจาก Coconut Oil By ManNature

ขอขอบคุณข้อมูลจาก health.kapook.com

"ผิวแห้ง" ปัญหาหน้าขุย แก้ด้วยน้ำมันมะพร้าว

ภาวะ "ผิวแห้ง" ที่เรียกว่า "Dry skin" หรือ "Xerosis" ปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อากาศแห้ง สำหรับภาวะผิวแห้งนั้นพบได้ในทุกวัย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุ รวมทั้งเพศหญิงและเพศชาย

อาการของผิวแห้ง จะมีตั้งแต่ผิวแห้งเล็กน้อย คือไม่มีอาการและไม่สังเกตได้เห็น ขณะที่บางรายอาจมีผิวแห้งเพิ่มขึ้น จะสังเกตได้ชัดขึ้นคือ ผิวแห้งด้าน เห็นร่องลายของผิวชัดเจน ส่วนบางคนที่ผิวแห้งมาก ซึ่งทำให้เกิดอาการแห้ง คัน จนเกาและติดเชื้อแบคทีเรียเลย และผิวลอกเป็นขุย และเป็นสะเก็ดในที่สุด โดยเฉพาะในผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป

 

วิธีแก้ปัญหา "ผิวแห้ง"

1. หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่ที่อากาศแห้งและเย็นจัด

2. งดการล้างหน้าบ่อยๆ และไม่ควรล้างหน้าด้วยน้ำอุ่น

3. โบกครีมที่มีมอยเจอไรเซอร์เยอะๆ เพื่อเป็นการให้ความชุ่มชื้นและบำรุงผิวอย่างล้ำลึก

4. เลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม สารกันเสีย รวมถึงแอลกอฮอล์

5. ดื่มน้ำมากๆ

6. ห้ามเกาหรือรบกวนผิวหน้า

7. มาสก์ผิวหน้าด้วยน้ำผึ้ง น้ำมันมะกอก หรือน้ำมันมะพร้าว ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นเช่นกัน

 

รู้แบบนี้แล้วมีวิธีแก้ปัญหาหลายวิธี รีบดำเนินการเพื่อกำจัด "ผิวแห้ง" ของเราให้หมดไป แล้วได้ "ผิวสวย" กลับคืนมา ด้วยความห่วงใยจาก Coconut Oil by Mannature

5 เทรนด์อาหารมาแรงในปี 2019

เข้าสู่ปีหมูทองอย่างเป็นทางการไปได้ร่วมเดือน หลายคนอาจยังเฟ้นหาเทรนด์ใหม่ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจจะเป็นอาหารแห่งปี 2019 นี้ก็ได้ จะมีอะไรบ้างมาดูกัน

1. เนยจากเมล็ดพืช – ตอนนี้ เนยอัลมอนด์ เนยจากเมล็ดทานตะวัน เนยจากเมล็ดฟักทอง หรือเนยจากเมล็ดแตงโม กำลังเป็นกระแสนิยมใหม่ๆ เนื่องจากชาวตะวันตกจำนวนมากประสบปัญหาภาวะแพ้ถั่วลิสงและถั่วเหลืองกันมาก แต่ก็อยากดูแลสุขภาพให้ดี ดังนั้น เนยจากเมล็ดพืชทางเลือกเหล่านี้จึงเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น

2. นมจากข้าวโอ๊ต – ปีนี้เป็นปีแห่งนมข้าวโอ๊ตอย่างแท้จริง ด้วยวิธีการทำที่ง่าย แค่แช่ข้าวโอ๊ตในน้ำให้พอพองตัว นำมาปั่นและกรองเป็นอันเสร็จสิ้น นอกจากนี้ข้าวโอ๊ตอุดมไปด้วยไฟเบอร์และคาร์โบไฮเดรต และให้รสสัมผัสเหมือนนมวัวที่เราคุ้นเคยมากกว่านมจากถั่วเหลืองหรือนมอัลมอนด์

3. ของว่างจากท้องทะเล – ผลิตภัณฑ์จากสาหร่ายกำลังเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจในปีนี้ ตั้งแต่สาหร่ายอบแห้ง ไปจนถึงเนยจากสาหร่าย ก๋วยเตี๋ยวเส้นสาหร่าย นอกจากนี้ยังมีพวกผักชีทะเล และเมล็ดบัว ที่กำลังได้รับความนิยมในฝั่งตะวันตกด้วย

4. โปรตีนจากพืช – การพัฒนาให้เนื้อสัมผัสและรสชาติใกล้เคียงเนื้อสัตว์จริงๆมากขึ้น อย่างบริษัท Impossible Food ในซิลิคอน แวลลีย์ พัฒนาเบอร์เกอร์จากโปรตีนข้าวสาลี น้ำมันมะพร้าว โปรตีนจากมันฝรั่ง และเพิ่มสาร “ฮีม” (Heme) สารประกอบในเฮโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงซึ่งพบได้ในพืชตระกูลถั่วมาผสมลงในก้อนเบอร์เกอร์ สร้างรสสัมผัสของเนื้อจริงๆขึ้นมาได้

5. แมลง – สำหรับ แมลง ที่ได้รับการขนามนามให้เป็นแหล่งโปรตีนแห่งความยั่งยืน ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตโปรตีนหลายแห่งพยายามแปรรูปแมลงเหล่านี้ให้ดูน่ากินกว่ารูปโฉมต้นฉบับมากขึ้น อาทิ ผงโปรตีน สปาเกตตี้จากผงโปรตีน แพนเค้ก ขนมปัง เป็นต้น

          สังเกตได้เลยว่าเทรนด์ในปีนี้เน้นการทำอาหารจากวัตถุดิบจากธรรมชาติ ส่วนใหญ่เป็นพวกเมล็ดพืช นม เป็นต้น แน่นอนว่าสาวๆสายรักสุขภาพที่ชอบทานอาหารคลีน อาหารเพื่อสุขภาพ อาจจะได้อาหารเมนูใหม่ๆเพิ่มมาในปีนี้ด้วย ยังไงอย่าลืมเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพและมีประโยชน์ด้วยนะครับ ด้วยความห่วงใยจาก Coconut Oil Extra Virgin และ Coconut Cooking Oil

น้ำมันมะพร้าว เคล็ดลับสวยดูดีศีรษะจรดปลายเท้า

สาว ๆ คนไหนเคยมีประสบการณ์เสียเงินซื้อ Skincare ราคาแพง ใช้เท่าไรก็ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง วันนี้เรามี “ตัวช่วย” ที่หาได้ง่าย ๆ ซึ่งเป็นวัตถุดิบธรรมชาติราคาย่อมเยาที่มีอยู่ประเทศไทยมานำเสนอ ใช้ดูแลได้ทั้งผิวหน้า ผิวกาย ศีรษะจรดปลายเท้า ที่สำคัญสบายกระเป๋าด้วย

 

1.บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ

ทำให้ผมให้เปียกพอหมาด ๆ แล้วนำน้ำมันมะพร้าว  มาชโลมผมทิ้งไว้ ประมาณ 15 – 20 นาที แล้วสระผมตามปกติ บำรุงหนังศรีษะ ลดอาการผมเสีย แก้ผมร่วง และลดการเกิดรังแค สามารถทำได้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือตามต้องการ

 

2.บำรุงผิวหน้าและผิวกาย

หลังจากอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ตัวยังชื้น ๆ  ให้นำ “น้ำมันมะพร้าว” มาทาชโลมผิวให้ทั่วร่างกาย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิวหนัง ทำให้ผิวนุ่มน่าสัมผัส และยังช่วยลดปัญหาผิวแห้ง ผิวแตกเป็นขุยอีกด้วย

 

3.ลดการระคายเคือง

น้ำมันมะพร้าวสามารถนำมาใช้คู่กับการโกนหนวด  โกนเส้นขนต่าง ๆ  บนร่างกาย ชโลมน้ำมันมะพร้าว บริเวณที่จะทำการโกนหนวด หรือเส้นขนต่าง ๆ ประมาณ 2-3 นาทีก่อนโกน  สามารถลดอาการระคายเคืองของผิวหนัง หลังจากโกนขน และยังสามารถลดอาการการเกิด ขนคุด ขนแข็งเป็นตอได้ดี

 

4.กันแดดและลดอาการผิวไหม้หลังโดนแดด

น้ำมันมะพร้าวสามารถนำมาใช้ทาแทนครีมกันแดด  และสามารถเป็นตัวช่วยแก้ไขปัญหา ผิวไหม้ ลดอาการระคายเคืองหลังจากโดนแดดได้ เพราะในน้ำมั้นมะพร้าวมีวิตามินเอ ที่ช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ และบำรุงผิวพรรณ

 

5.คลีนซิ่งออยล์ทำความสะอาดผิว

น้ำมันมะพร้าวเป็นคลีนซิ่งออยล์  ทำความสะอาดผิวก่อนล้างหน้าชั้นดี นำน้ำมันมะพร้าวชุบสำลี แล้วเช็ดชำระล้างเครื่องสำอาง สิ่งสกปรกที่อุดตันอยู่ตามผิวหนังบนใบหน้า ก่อนทำความสะอาดใบหน้า ช่วยลดอาการระคายเคืองผิวหน้า และยังช่วยให้ผิวหน้ากระชับชุ่มชื่นขึ้น

 

6.บำรุงมือและเท้าให้ดูสุขภาพดี

ใช้น้ำมันมะพร้าว ทาตามจมูกเล็บมือและเท้า เพื่อช่วยให้ความชุ่มชื่นลดการฉีกขาดตามจมูกเล็บ ลดการเกิดอาการเล็บขบ และยังช่วยรักษาโรคน้ำกัดเท้า แก้ปัญหาส้นเท้าแตกอีกด้วย

 

เห็นสรรพคุณเยอะขนาดนี้สาวๆคนไหนที่ไม่อยากเสียเงินซื้อของแพง น้ำมันมะพร้าวถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจแถมราคาก็สมเหตุสมผลเอามากๆ อย่างนี้คงต้องมีติดบ้านไว้สักขวดแล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.brighttv.co.th

 

 

มหัศจรรย์น้ำมันมะพร้าวลด – เพิ่มน้ำหนัก

น้ำมันมะพร้าว สามารถเป็นได้ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม ไปจนถึงการใช้เป็นยาเพื่อบรรเทาอาการต่างๆ วันนี้เราจะพามารู้จักกับประโยชน์ของเจ้าน้ำมันชนิดนี้ รวมถึงการรับประทานอย่างไรให้ถูกวิธีกัน เมื่อพูดถึงน้ำมันที่เราใช้ปรุงอาหารกันอยู่ในทุกวันนี้เป็นน้ำมันประเภทที่สร้างกรดไขมันที่ไม่จำเป็นให้กับร่างกาย เป็นเหตุให้เกิดโรคอ้วน หรือเกิดอาการต่างๆ ขึ้นโดยที่เราไม่ทันได้ระวังตัว แต่ทุกวันนี้ได้มีทางเลือกให้เราสามารถบริโภคอาหารได้โดยการใช้น้ำมันที่มาจากมะพร้าว ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่คนรักสุขภาพ

 

คุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าว เป็นน้ำมันที่ได้จากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีสังเคราะห์เจือปน เราสามารถใช้น้ำมันมะพร้าวที่ได้จากการสกัดตามธรรมชาติได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านกระบวนการต่างๆ สามารถนำมาบริโภคได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งน้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติเด่นๆ ที่ไม่มีในน้ำมันพืชชนิดอื่น ดังนี้

 

  • น้ำมันมะพร้าว เป็นกรดไขมันอิ่มตัว
  • น้ำมันมะพร้าว เป็นกรดไขมันขนาดกลาง
  • น้ำมันมะพร้าว มีสารฆ่าเชื้อโรค
  • น้ำมันมะพร้าว มีสารแอนติออกซิแดนต์

 

บริโภคน้ำมันมะพร้าวอย่างไรจึงจะดี

  • สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก แนะนำให้กินก่อนอาหารครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 - 3 ช้อนโต๊ะ แล้วตามด้วยน้ำอุ่น ตามสัดส่วนของน้ำหนักตัว จะช่วยทำให้รู้สึกอิ่มท้อง

 

  • สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก แนะนำให้กินหลังอาหารหรือพร้อมกับมื้ออาหารครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ วันละ 2 - 3 ช้อนโต๊ะ แล้วตามด้วยน้ำอุ่น ตามสัดส่วนของน้ำหนักตัว เพราะน้ำมันมะพร้าวจะดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นและถูกนำไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที

 

อย่างไรก็ตามบริโภคน้ำมันมะพร้าวแล้วอย่างลืมออกกำลังกายควบคู่เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงและสมบูรณ์กันด้วยนะครับ ด้วยความห่วงใยจาก mannature

5 ผลไม้ ลดความเครียด ช่วยเพิ่มความสุข

1.กล้วย

          ผลไม้ยอดนิยมที่หารับประทานได้ง่าย อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 วิตามินซี คาร์โบไฮเดรต โปรตีน แคลเซียม โพแทสเซียม ในกล้วยยังโปรตีนชนิดหนึ่งชื่อว่า ทริปโตเฟน (Tryptophan) ที่ช่วยในการผลิต สารเซโรโทนิน (Serotonin) หรือฮอร์โมนแห่งความสุข สามารถช่วยคลายเครียด ทำให้ผ่อนคลายและอารมณ์ดีได้

 

2.แอปเปิล

          แอปเปิลอุดมไปด้วยสารอาหารต่างๆ มากมาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เส้นใยอาหาร แคลเซียม ฟอสฟลอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก กำมะถัน และสารต้านอนุมูลอิสระ มีสรรพคุณสามารถช่วยควบคุมและลดน้ำหนัก ลดคอเลสเตอรอล ลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดัน ช่วยลดความตึงเครียด ลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ ฯลฯ

 

3.แตงโม

          เรียกได้ว่าเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะมีแคลอรีต่ำ รสชาติอร่อย กินแล้วรู้สึกสดชื่น เพราะในแตงโมอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี คาร์โบไฮเดรต แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ซึ่งโพแทสเซียมจะช่วยลดความดันโลหิตสูง และช่วยทำให้ไม่เครียดได้ นอกจากนี้แล้วยังมี สารไลโคพีน (Lycopene) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคมะเร็งต่างๆ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย อีกทั้งยังมี เบตาแคโรทีน (Beta-Carotene) ที่มีส่วนช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ ชะลอความแก่ชรา ฯลฯ เป็นต้น

 

4. มะพร้าว

          มะพร้าวอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด มีสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี วิตามินบี กรดอะมิโน แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม ธาตุเหล็ก ไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อีกทั้งในมะพร้าวยังมีกรดไขมันที่เรียกว่า ‘Medium Chain Triglyceride’ เป็นกรดไขมันแบบพิเศษที่สามารถช่วยทำให้อารมณ์ดีด้วย  นอกจากนี้ น้ำมะพร้าวยังช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใสเปล่งปลั่ง สามารถดื่มแทนเครื่องดื่มเกลือแร่หลังออกกำลังกายได้ เพราะจะช่วยดับกระหายคลายร้อน ลดความอ่อนล้าอ่อนเพลียได้ด้วย

 

5. ผลไม้ตระกูลมะพร้าว

          ผลไม้ตระกูลเบอร์รีไม่ว่าจะเป็น สตรอว์เบอร์รี ราสเบอร์รี แครนเบอร์รี แบล็กเบอร์รี และบลูเบอร์รี โดยเฉพาะบลูเบอร์รีที่อุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินอี อีกทั้งยังเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระสูง หากรับประทานเป็นประจำจะช่วยบำรุงสายตา บำรุงผิวพรรณ ช่วยชะลอเซลล์มะเร็ง ช่วยในการขับถ่าย บำรุงสมอง บำรุงหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยลดความเครียด และทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าได้อีกด้วย

 

ผลไม้นอกจากจะช่วยบรรเทาอาการเครียดยังช่วยทำให้สุขภาพได้รับวิตามินต่างๆและสารต้านอนุมูลอิสระ ส่งผลให้ร่างกายได้รับการบำรุงไปด้วย เพราะสุขภาพต้องได้รับการบำรุงดูแลอยู่เสมอ ด้วยความห่วงใยจาก Mannature ผู้จำหน่ายและผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคเพื่อสุขภาพที่อยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.mgronline.com

จริงๆแล้วไขมันมีกี่ชนิด

1. Transfat หรือไขมันชนิดทรานส์ คือไขมันแปรรูป เกิดจากนำน้ำมันพืชที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัวมาอัดไฮโดรเจน ถือเป็นไขมันที่อันตรายที่สุด และเป็นสาเหตุของโรคภัยต่างๆ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ไขมันอุดตันเส้นเลือด มะเร็ง และเบาหวาน

 

2. ไขมันอิ่มตัว ได้แก่ น้ำมันจากสัตว์ เช่นน้ำมันหมู และน้ำมันจากพืชบางชนิด เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว มีประโยชน์ และให้โทษต่อร่างกายหากทานมากเกินไป

 

3. ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ได้แก่ น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง เหมาะสำหรับผัด หรือทำอาหารที่ใช้ความร้อนเร็วๆ เพราะทนความร้อนไม่ได้นาน

 

4. ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ได้แก่ น้ำมันมะกอก ทนความร้อนมากไม่ได้ เหมาะสำหรับทานสด หรือประกอบอาหาร เป็นประเภทไขมันที่ดี มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด

 

แต่ในการใช้หรือการบริโภคน้ำมันควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะไม่มากจนเกินไปเพื่อสุขภาพที่ดี ด้วยความห่วงใยจาก Mannature ผู้จำหน่ายและผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่อยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี

เทคนิคใหม่ เติมน้ำมันมะพร้าวลงไปตอนหุง กินข้าวแล้วอ้วนน้อยลง

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบวิธีการลดแคลอรี่ได้มากกว่าครึ่ง โดยปกติข้าว 1 ถ้วยจะมี 240 แคลอรี่ แต่เพียงแค่คุณเติมน้ำมันมะพร้าวลงไป 1 ช้อนชา ตอนที่น้ำกำลังเดือด หลังจากนั้นทิ้งข้าวให้เย็นแล้วนำไปแช่ตู้เย็น 12 ชั่วโมง นักวิจัยได้ทำการทดลองกับข้าว 38 ชนิด จากศรีลังกา พบว่าการเติมน้ำมันลงในน้ำก่อนที่จะใส่ข้าวสาลีลงไปเป็นเวลา 40 นาทีแล้วนำไปแช่เย็นอีก 12 ชั่วโมง แป้งจะทนต่อการย่อยของเอนไซม์ได้มากกว่าข้าวปกติถึง 10 เท่า

คาร์โบไฮเดรตเมื่อได้รับการย่อยเป็นโมเลกุลเล็กในลำไส้เล็กแล้ว จะได้เป็นน้ำตาลกลูโคสเพื่อดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดต่อไป มันสามารถนำไปใช้เป็นพลังงาน และกลายเป็นไขมันสะสมในร่างกายได้ แต่การเติมน้ำมันมะพร้าวจะทำให้กระบวนการเปลี่ยนไป การเติมน้ำมันมะพร้าวลงในน้ำจะไปเปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลแป้งในเมล็ดข้าว คือ มันจะทนต่อการตัดของเอ็นไซม์ในระบบย่อยของเรามากขึ้น จะว่าง่ายๆก็คือการที่ทำให้ข้าวทนต่อการย่อยมากขึ้น ก็จะลดการดูดซึมน้ำตาลได้มากขึ้นนั่นเอง

 

แล้วเราควรกินข้าวที่นำมาอุ่นหรือไม่?

คุณสามารถมีอาการอาหารเป็นพิษจากการกินข้าวที่นำมาอุ่นได้ แต่การอุ่นข้าวไม่ได้เป็นสาเหตุของอาการอาหารเป็นพิษ

โดยปกติแล้วเมล็ดข้าวที่ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการทำอาหารจะมีสปอร์ที่เป็นเชื้อแบคทีเรีย และมันไม่ตายเมื่อเราเอาข้าวไปทำให้สุก เมื่อข้าวที่สุกแล้วถูกทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้องจะทำให้เชื้อนี้โต และเป็นสาเหตุของอาการอาหารเป็นพิษ อ้างอิงจาก National Health Service ในสหราชอาณาจักร เพื่อลดความเสี่ยงอาหารเป็นพิษทาง NHS

แนะนำว่า ให้ทานข้าวทันทีที่สุก นำข้าวเข้าตู้เย็นให้เร็วที่สุดหลังจากที่เรากินข้าวไม่หมด อย่าเก็บข้าวไว้ในตู้เย็นเกิน 1 วัน เมื่อนำมาอุ่นต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุ่นข้าวทั่วทั้งหมดแล้ว และที่สำคัญ อย่าอุ่นข้าวมากกว่า 1 ครั้ง

 

9 ประโยชน์จากน้ำมะพร้าวที่ไม่ควรมองข้าม

1. ช่วยรักษาอาการร่างกายขาดน้ำ

2. อุดมไปด้วยสารอาหารวิตามิน แคลเซียม แมกนีเซียม เป็นต้น

3. ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน และอิลาสตินให้กับผิว

4. มีไซโตไคน์ ที่ช่วยบำรุงฮอร์โมนในร่างกาย และช่วยชะลอวัยได้

5. ช่วยย่อยอาหาร และลดอาการกรดไหลย้อน

6. ช่วยบรรเทาอาการปวดท้องจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ

7. ช่วยขับปัสสาวะ บรรเทาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

8. ช่วยให้อาการปวดหัวทุเลาลงได้โดยเร็ว

9. ช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเมาค้างได้

 

น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคสกัดเย็น น้ำมันที่มีคุณประโยชน์มากมายถือได้ว่าช่วยบรรเทาโรคหรืออาการต่างๆได้ เป็นตัวช่วยที่ดีและควรมีติดบ้านเอาไว้ การมีสุขภาพที่ดีชีวิตก็ดีขึ้นได้ ด้วยความห่วงใยจาก Mannature ผู้จำหน่ายและผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่อยากให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดี

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com

น้ำมันมะพร้าวบล็อคผิวเสียสร้างผิวสวย

1. ช่วยฆ่าเชื้อโรคที่เกิดจากโรคผิวหนัง น้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริคซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดเดียวกันกับที่อยู่ใต้ผิวหนัง มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคผิวหนัง สิว ฝ้า กระ หูด แถมยังมีส่วนทำให้ผิวพรรณนิ่มชุ่มชื่นอีกด้วย

 

2. ต่อต้านการเติมออกซิเจน น้ำมันมะพร้าวมีสารต่อต้านการเติมออกซิเจนหรือแอนตีออกซิแดนต์ ที่เป็นสาเหตุของการเหี่ยวย่นของผิวหนัง และช่วยปกป้องผิวหนังจากการทำลายของแสงแดดได้ดี

 

3. ดูดซึมเข้าไปในผิวหนังได้รวดเร็ว น้ำมันมะพร้าวมีโมเลกุลขนาดกลาง จึงซึมผ่านผิวหนังเข้าได้สะดวกและรวดเร็ว

 

4. กระตุ้นให้เซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออกและให้เกิดเซลล์ใหม่ น้ำมันมะพร้าวเป็นสารธรรมชาติที่ช่วยให้เซลล์ที่ตายแล้วหลุดออกจากผิวหนังที่ดีที่สุด และทำให้ทำให้ผิวพรรณกลับมาชุ่มชื่น

 

เพื่อป้องกันผิวไม่ให้เสียน้ำมันมะพร้าวออร์แกนิค สามารถช่วยบล็อคมลภาวะที่เป็นพิษและอันตรายต่อผิวด้วยความห่วงใยจาก Mannature ผู้จำหน่ายและผู้สนับสนุนผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ที่อย่างให้ทุกคนมีผิวที่สวยและไม่กลัวต่อแสงแดด

5 เครื่องปรุงของ “คนกินคลีน” ที่ควรมีติดบ้าน

1. Apple Cider Vinegar

น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ลมีรสเปรี้ยว สามารถใช้ปรุงอาหารได้หลากหลาย อาทิ ทำน้ำสลัด ซอส ซอสหมัก หรือผสมเป็นเครื่องดื่ม ซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยในการย่อยอาหาร ลดการเสียดท้อง ช่วยในการดูดซึมของแคลเซียม และช่วยปรับสมดุลของร่างกาย

 

2. น้ำมันมะพร้าว

ไอเท็มสารพัดประโยชน์ กินก็ได้ บำรุงผิวก็ดี โดยน้ำมันมะพร้าวสามารถนำไปประกอบอาหารทั้งคาวหวานได้เป็นอย่างดี เป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่มีโมเลกุลขนาดกลาง จึงสามารถย่อย ดูดซึม และนำไปใช้เป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว

 

 3. เกลือทะเล

เกลือชนิดนี้มีการเก็บกักเอนไซม์จากธรรมชาติและแร่ธาตุที่จะทำให้อาหารที่รับประทานมีรสชาติกลมกล่อมขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารอาหารอื่นๆ อีกด้วย เช่น โพแทสเซียม แมงกานีส แมกนีเซียม

 

4. ซอสถั่วเหลือง

ในซอสถั่วเหลืองมีสาร ฟลาโวนอยด์  จากพืชธรรมชาติ ซึ่งช่วยทำลายอนุมูลอิสระ แต่ควรเลือกสูตรลดโซเดียม รวมถึงใช้ในปริมาณที่น้อยที่สุด เนื่องจากการรับประทานอาหารรสเค็มมากๆ จะทำให้ร่างกายบวมน้ำ และทำให้ไตทำงานหนัก

 

 5. ผงขมิ้น

นำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย ผงขมิ้นยังช่วยเพิ่มสีสันให้อาหารน่ารับประทาน ทั้งยังมีวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด อาทิ  วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินอี แคลเซียม ฟอสฟอรัส เกลือแร่ต่างๆ รวมถึงมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย

3 Step ผิวสวยด้วยน้ำมันมะพร้าว

Step 1 เลือก

ควรเลือกน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ที่ผ่านกระบวนการสกัดเย็น จะไม่ทำให้สารโพลีฟีนอลซึ่งเป็นสารสำคัญ ถูกทำลาย

Step 2 ใช้

ทาผิวหน้าหรือผิวกายวันละ 2ครั้ง เช้า เย็นหลังอาบน้ำ โดยเช็ดตัวให้แห้งก่อน หากเป็นผิวหน้าใช้ครั้งละ 1 มิลลิลิตร ส่วนผิวกายปริมาณที่ใช้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ผิว

Step 3 เก็บ

ควรเก็บผลิตภัณฑ์น้ำมันมะพร้าวไว้ในห้องอุณหภูมิปกติไม่นำไปวางตากแดด

 

รองศาสตราจารย์แพทย์หญิงรังสิมา วณิชภักดีเดชา

ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

 

น้ำมันมะพร้าว ลดน้ำตาลในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

1. ช่วยบรรเทาอาการของโรค

2. ไม่ต้องฉีดอินซูลินทุกครั้งที่น้ำตาลในเลือดสูง

3. ช่วยรักษาแผลเรื้อรังที่เกิดจากการเป็นเบาหวาน

4. ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมีกำลังและแข็งแรงมากขึ้น

5. ช่วยลดน้ำหนักของผู้เป็นโรคเบาหวาน

6. ช่วยรักษาโรคเบาหวานให้หายขาด

 

อ้างอิงจาก : หนังสือมหัศจรรย์น้ำมันมะพร้าว อาหารเป็นยา กิน ดื่ม บ้วน ทา รักษาโรค โดย ดร. ณรงค์ โฉมเฉลา

 

โรคเบาหวานป้องกันได้ด้วยน้ำมันมะพร้าว
  1. น้ำมันมะพร้าวเป็นอาหารให้แก่เซลล์ ช่วยให้เซลล์ทำงานดีขึ้นและนำน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดในระดับคงที่
  2. ช่วยกระตุ้นกระบวนการเมตาบอลิซึม
  3. น้ำมันมะพร้าวเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างและตอบสนองต่ออินซูลิน
  4. ช่วยให้ตับอ่อนกลับมาสร้างอินซูลินได้อีกครั้ง
  5. เพิ่มการสนองตอบต่ออินซูลิน ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน
  6. น้ำมันมะพร้าวช่วยช่วยลดการนำน้ำตาลเข้าไปในกระแสเลือดได้
  7. น้ำมันมะพร้าวช่วยใช้น้ำตาลในเลือดอย่างมีประสิทธิภาพและช่วยสร้างความทนทานต่อการมีน้ำตาลสูง
  8. น้ำมันมะพร้าวช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด หรือค่าจีไอ (GI : Glycemic Index)
เคล็ดลับความสวยแบบธรรมชาติด้วยน้ำมันมะพร้าว

หมักผมด้วยน้ำมันมะพร้าว ใช้ชโลมเส้นผมและหนังศีรษะ นวดเบาๆทิ้งไว้ 20นาทีจากนั้นล้างออกแล้วสระด้วยแชมพูตามปกติ อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง รับรองผมนุ่ม แข็งแรง

 

ริมฝีปากนุ่ม ก่อนนอนใช้น้ำมันมะพร้าวทาบางๆที่ริมฝีบางพร้อมกับนวดเบาๆทิ้งไว้ไม่ต้องล้างออก

 

บำรุงมือและเล็บ เทน้ำมันมะพร้าวลงบนฝ่ามือแล้วนวดมือและเล็บประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก ทำประจำสัปดาห์ละครั้ง เพื่อเล็บแข็งแรง มือไม่เหี่ยวย่น

 

รอบคล้ำใต้ดวงตา เทน้ำมนมะพร้าวลงที่ปลายนิ้ว และทาที่ใต้ตาเบาๆเป็นประจำ รอยคล้ำใต้ตาดีขึ้นแน่นอน

 

ล้างเครื่องสำอางแทนรีมูฟเวอร์ หยดน้ำมะพร้าวลงบนสำลีเช็ดทั่วใบหน้า รอบดวงตา และริมฝีปาก จากนั้นล้างออกแล้วล้างหน้าตามปกติ ช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นไม่ระคายเคือง

 

บำรุงผิวกาย หลังอาบน้ำตัวหมาดๆให้ใช้น้ำมันมะพร้าวทาให้ทั่วทั้งตัวเป็นประจำ ช่วยทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้น วิตามินอีช่วยลดรอยเหี่ยวย่น รอยหมองคล้ำ

8 น้ำมันสายเฮลตี้ ทานยังไงก็ไม่อ้วน
  1. น้ำมันมะกอก มีคุณสมบัติเป็นไขมันไม่อิ่มตัวสูงที่ช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี มีสารแอนติออกซิแดนต์และฟลาโวนอยด์ ช่วยป้องกันโรคร้ายต่างๆ ได้ดี
  2. น้ำมันมะพร้าว ไม่ก่อให้เกิดความเสื่อมของร่างกาย และไม่กลายเป็นไขมันทรานส์บสาเหตุของโรคหัวใจและหลอดเลือด
  3. น้ำมันเมล็ดชา ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดตีบ โรคเบาหวาน เป็นต้น ไม่มีไขมันทรานส์ทำให้การดูดซึมวิตามิน A D E K ในร่างกายได้ดี
  4. น้ำมันคาโนลา ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง รวมถึงช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อม ทำให้ความจำดี
  5. น้ำมันทานตะวัน ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการแข็งตัวหลอดเลือด รวมทั้งช่วยเผาผลาญไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายได้
  6. น้ำมันถั่วแมคคาเดเมีย ทำให้ช่วยลดไขมันและไม่มีคอเลสเตอรอล จึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดอุดตันและหัวใจวายได้
  7. น้ำมันอะโวคาโด ช่วยดูดซึมแคโรทีนอยด์ที่มีอยู่ในผักและผลไม้ไปช่วยรักษาอาการเจ็บป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  8. น้ำมันรำข้าว มีกรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดไขมันโอเมก้า 6 อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามิน