บทความ น้ำมันมะพร้าว - การเลือกใช้น้ำมันในการประกอบอาหาร

การเลือกใช้น้ำมันในการประกอบอาหาร

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

การเลือกใช้น้ำมันในการประกอบอาหาร



     ถึงแม้ว่าน้ำมันจะมีความสำคัญต่อร่างกายแต่การรับประทานมากจนเกินไป หรือเลือกใช้ไม่ถูกวิธีการอาจก่อให้เกิดผลเสียให้และก่อให้เกิดโรคกับร่างกายได้เช่นกัน

 

     ปัจจุบันมีน้ำมันหลากหลายประเภทให้เลือกบริโภค ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องศึกษาหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบเและเลือกชนิดน้ำมันเพื่อนำมาปรุงอาหารได้อย่างถูกต้อง

 

ทำความรู้จักชนิดของน้ำมันกันก่อน

น้ำมันสำหรับปรุงอาหารถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆได้แก่ น้ำมันพืช และ น้ำมันที่มาจากไขมันสัตว์ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดคิดว่า น้ำมันพืชต่างจากน้ำมันหมูหรือน้ำมันสัตว์ ตรงที่ให้พลังงานน้อยกว่าน้ำมันสัตว์ ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด ความจริงแล้ว ไม่ว่า น้ำมันพืช หรือ น้ำมันสัตว์ ก็จะให้พลังงานต่อหน่วยน้ำหนัก เท่ากัน คือ 1 กรัม จะให้พลังงานเท่ากับ 9 kcal ดังนั้นความเชื่อที่ว่ากินน้ำมันพืชแล้วไม่อ้วน จึงไม่เป็นความจริง เพราะไม่ว่าน้ำมันอะไร หากกิน มากเกินก็ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้เหมือนกัน

 

น้ำมันสัตว์

น้ำมันหมู จะมีองค์ประกอบส่วนใหญ่เป็นกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นไขได้ง่าย มีกลิ่นเหม็นหืน ไขมันจากสัตว์นอกจากมีไขมันอิ่มตัวแล้ว ยังมีโคเลสเตอรอลอีกด้วย การกินไขมันสัตว์มากอาจจะทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้นอีกด้วย

 

น้ำมันพืช (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าว และน้ำมันเมล็ดปาล์ม)

น้ำมันพืชส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีองค์ประกอบทางเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และมักทำให้เกิดกลิ่นเหม็นหืนภายหลังจากใช้ประกอบอาหารแล้ว

 

น้ำมันมะกอก

เป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวมากที่สุด ซึ่งจะช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีในร่างกาย อีกทั้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ที่จะช่วยให้ผิวหนังมีความยืดหยุ่น ลดรอยเหี่ยวย่นได้ แต่ไม่เหมาะกับการปรุงอาหารที่ต้องใช้ความร้อน

 

น้ำมันปาล์ม

น้ำมันปาล์มมีกรดไขมันที่มีความอิ่มตัวมากกว่าน้ำมันพืชชนิดอื่นที่กล่าวมา แล้วทำให้น้ำมันปาล์มมีกลิ่นหืนยากกว่า และยังไม่เกิดควันเมื่อผัด หรือ ทอดอาหารที่อุณหภูมิสูง แต่ด้วยความที่มีกรดไขมันอิ่มตัวสูง จะทำให้คอเลสเตอรอลสูงได้

 

น้ำมันมะพร้าว

เป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันอิ่มตัวขนาดกลาง มีกรดลอริก กรดคาปริก และกรดคาปริลิก ทำด้วยกรรมวิธีจากธรรมชาติไม่มีสารเคมีเป็นพิษ อีกทั้งยังช่วย เผาผลาญร่างกาย และ เพิ่มปริมาณไขมันดี HDL

 

การใช้น้ำมันปรุงอาหารจะต้องคำนึงถึงความร้อนที่ใช้ประกอบอาหารเป็นหลัก เราขอแนะนำ น้ำมันมะพร้าวสำหรับปรุงอาหาร (Organic Coconut Cooking Oil) เหมาะสำหรับทำอาหารโดยผ่านความร้อน ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก lovefitt

Created : 15-11-2019


บทความที่น่าสนใจ

น้ำมันมะพร้าว แก้ศอกดำ เข่าด้าน
คืนความชุ่มชื้นให้ผิว ด้วยน้ำมันมะพร้าว