น้ำมันมะพร้าวจากธรรมชาติที่ปราศจากสารเคมี
สู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพเพื่อคุณ

COCONUTOIL

น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคสำหรับปรุงอาหาร ตราแมนเนเจอร์

(Organic Coconut Cooking Oil By ManNature)

น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคสำหรับปรุงอาหาร ตราแมนเนเจอร์ อุดมด้วยดรดไขมันอิ่มตัวสายปานกลาง จึงไม่มีไขมันทรานส์ เหมือนน้ำมันพืชทั่วไปที่มีความอิ่มตัวน้อย จึงสามารถนำไขมันอิ่มตัวไปใช้เผาผลาญได้โดยตรง ไม่สะสมในร่างกาย และให้ความร้อนสูงเร็วทอดอาหารได้กรอบอร่อย ให้คุณอิ่มอร่อยได้หลากหลายเมนูดั่งใจ

COCONUTOIL

น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์

(Organic Coconut Oil Extra Virgin By ManNature)

น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์ กับคุณประโยชน์มากมายใช้รับประทานเพื่อความควบคุมน้ำหนัก ช่วยเพิ่มอัตราดารเผาผลาญของร่างกาย และเพิ่มปริมาณไขมันดี HDL หรือใช้ทาผิว เพื่อบำรุงผิวจนถึงเส้นผมมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อรา ต่างๆ และสามารถรักษาโรคผิวหนังได้

บทความ


ทำไมต้องใช้ “น้ำมันมะพร้าว” ในการประกอบอาหาร

     ผู้บริโภค น้ำมันมะพร้าว มักเป็นผู้ที่สนใจในเรื่องสุขภาพมากกว่าราคาที่ต้องจ่ายไป เมื่อเทียบกับน้ำมันพืชชนิดอื่นๆ แล้ว น้ำมันมะพร้าวได้ชื่อว่าเป็น "น้ำมันแคลอรีต่ำ" และมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้ แล้วต้องบริโภคน้ำมันอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับร่างกายเรา ?

 

การใช้น้ำมันมะพร้าวมาประกอบอาหาร

     การเลือกใช้น้ำมันแต่ละชนิดในการปรุงอาหาร ควรเลือกชนิดของน้ำมันให้เหมาะสมกับระดับความร้อนในการปรุงอาหาร

  • น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ใช้ในการทอดและผัด
  • น้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดียว ใช้ในการผัด
  • น้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ใช้ผัดที่ความร้อนไม่สูงนัก หรือประกอบกับการทำน้ำสลัด

     ด้วยน้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูง จึงเหมาะที่จะใช้ในการผัดและทอด เพราะให้ความร้อนสูง ทอดอาหารแล้วกรอบได้นาน เปลี่ยนแปลงสภาพน้อยเมื่อเจอความร้อนสูงๆ มีกลิ่นหอม ไม่มีกลิ่นหืน และไม่ทำให้ของทอดอมน้ำมัน

     การใช้น้ำมันในการทอดอาหาร สิ่งสำคัญ คือ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันทอดซ้ำ ควรใช้เพียง 1-2 ครั้ง แล้วทำการเปลี่ยนน้ำมันจะดีที่สุด น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชา ให้พลังงานราว 39 kcal และไม่มีคอเรสเตอรอล พลังงานทั้งหมดมาจากไขมัน

     ดังนั้น การใช้น้ำมันมะพร้าวในการปรุงอาหาร ควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรเกินปริมาณไขมันรวมที่ร่างกายต้องการ คือ อยู่ที่ประมาณ 25-30% ของปริมาณพลังงานรวมที่ร่างกายต้องการ

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก

น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคสำหรับปรุงอาหาร ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Cooking Oil By ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก letterplanet

22-03-2019
ทำอาหารทานเองต้องรู้ เลือกใช้ “น้ำมัน” แบบไหนดี

     เชื่อว่าพ่อบ้านแม่บ้านหลายท่าน ยังคงสงสัยกับการเลือกใช้น้ำมันสำหรับปรุงอาหาร ว่าจะเลือกอย่างไรให้ปลอดภัยและได้ประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะในปัจจุบันมีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับการเลือกใช้น้ำมันในการปรุงอาหารประเภทต่าง ๆ วันนี้เรามีข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับการใช้น้ำมันสำหรับปรุงอาหารมาฝากกันค่ะ

 

ทำความรู้จักชนิดของน้ำมันกันก่อน

     น้ำมันสำหรับปรุงอาหารถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ น้ำมันพืช และน้ำมันที่มาจากไขมันสัตว์ ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดคิดว่า น้ำมันพืชต่างจากน้ำมันสัตว์ ตรงที่ให้พลังงานน้อยกว่า ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด เพราะความจริงแล้วไม่ว่าน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ก็จะให้พลังงานต่อหน่วยน้ำหนักเท่ากัน คือ 1 กรัมจะให้พลังงานเท่ากับ 9 kcal ดังนั้น ความเชื่อที่ว่ากินน้ำมันพืชแล้วไม่อ้วน จึงไม่เป็นความจริง เพราะไม่ว่าน้ำมันอะไรหากกินมากเกินไป ก็ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้เหมือนกัน

 

     น้ำมันพืช (ยกเว้นน้ำมันมะพร้าว และน้ำมันเมล็ดปาล์ม) มีคุณสมบัติที่ตรงข้ามกับน้ำมันสัตว์ น้ำมันพืชส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัว ซึ่งมีองค์ประกอบทางเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าน้ำมันสัตว์ ไขมันไม่อิ่มตัวนี้จะไม่ค่อยเป็นไข แม้จะอยู่ในที่เย็น แต่จะทำปฏิกิริยากับความร้อนและออกซิเจนได้ง่าย และมักทำให้เกิดกลิ่นเหม็นหืนภายหลังจากใช้ประกอบอาหารแล้ว


 

   น้ำมันสัตว์ เป็นกรดไขมันอิ่มตัว มีคุณสมบัติเป็นไขได้ง่ายเมื่ออากาศเย็น ไขมันสัตว์มีกลิ่นเหม็นหืนได้ง่ายเมื่อทิ้งไว้ที่อุณหภูมิธรรมดา นอกจากมีไขมันอิ่มตัวแล้วยังมีโคเลสเตอรอลอีกด้วย การกินไขมันสัตว์มากอาจจะทำให้ระดับโคเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด

      แต่ปัจจุบันได้มีการวิจัยและพบว่า ไขมันอิ่มตัว แม้จะเพิ่มระดับ LDL หรือ คอเลสตอรอลที่ไม่ดี แต่สามารถเพิ่มคุณภาพของ LDL ในร่างกาย ทำให้ไขมันไม่ดีนี้ช่วยลดการเกิดโรคหัวใจได้ อีกทั้งไขมันอิ่มตัวก็ช่วยเพิ่มระดับ HDL หรือ คอเลสเตอรอลที่ดีของคุณได้ด้วย

 

  • น้ำมันมะพร้าว ทนความร้อนได้อยู่ที่ประมาณ 175 องศาเซลเซียส จึงเหมาะกับการอบและการผัดที่ใช้ความร้อนปานกลางถึงความร้อนสูง
  • น้ำมันมะกอก เหมาะกับการปรุงอาหารที่ใช้ความร้อนต่ำ เช่น การใช้คลุกสลัด
  • น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันแมคาเดเมีย น้ำมันวอลนัท ก็เหมาะสำหรับการปรุงอาหารผ่านความร้อนต่ำ (หรือไม่ผ่านความร้อน) และใช้ทำน้ำสลัดเช่นกัน

 

     ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีไหน เราอยากให้เลือกน้ำมันที่เป็นออร์แกนิคสกัดเย็น และไม่ผ่านการแปรรูป ซึ่งคุณพ่อบ้านแม่บ้านต้องศึกษารายละเอียด หรือสอบถามผู้ค้าโดยตรง เพื่อให้แน่ใจว่าผลิตภัณฑ์นั้น ๆ มีคุณสมบัติดังที่กล่าวมาหรือไม่

     การเก็บรักษาน้ำมันสำหรับปรุงอาหารนั้นก็มีความสำคัญ ควรเก็บน้ำมันไว้ในที่แห้งและห่างจากแสงแดด ควรปิดภาชนะที่ใส่ให้สนิท เพราะออกซิเจนจะทำปฏิกิริยาให้เกิดกลิ่นหืนได้ ยิ่งเก็บนาน คุณภาพของน้ำมันยิ่งลดลง จึงแนะนำให้ซื้อน้ำมันสำหรับปรุงอาหารไว้สำหรับใช้หมดภายในสองเดือน ไม่ควรซื้อมาตุนหรือเก็บไว้นานกว่านั้น

    หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณพ่อบ้านแม่บ้านเห็นภาพของการเลือกใช้น้ำมันประกอบอาหารได้ชัดเจนขึ้น

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคสำหรับปรุงอาหาร ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Cooking Oil By ManNature) 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate

18-03-2019
5 สูตรน้ำมันมะพร้าว (สกัดเย็น) บำบัดโรค

     สูตรน้ำมันมะพร้าว ในปัจจุบันมีมากมายหลายสูตร บ้างก็เชื่อได้ บ้างก็เชื่อไม่ได้ เพราะการใช้น้ำมันมะพร้าวรักษาโรคนั้น มีใช้กันมายาวนานหลายชั่วอายุคนตั้งแต่กิน ปรุงเป็นอาหาร หรือใช้ในรูปแบบของภายนอก วันนี้เราได้คัดสรรสูตรน้ำมันมะพร้าวที่สามารถนำไปใช้บำบัดรักษาโรคกันได้จริง ตามนี้

 

  1. กักน้ำมัน บำรุงกล้ามเนื้อ กระดูก และข้อ

     การกักน้ำมัน เป็นวิธีการรักษาของการแพทย์อินเดียหรืออายุรเวท เพื่อการรักษากระดูก และข้อ โดยใช้หลักการกักไว้ เนื่องจากน้ำมันเป็นโมเลกุลที่เล็กสามารถซึมซับเข้าสู่ผิว กระดูก และข้อได้

     HOW TO : ใช้แผ่นสำลีวางไว้บนผิวหนัง จากนั้นใช้น้ำมันมะพร้าวเทลงแผ่นสำลีตรงกลางให้ชุ่ม แล้วทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วเช็ดให้แห้ง

     เคล็ดลับ : สามารถผสมน้ำมันไพล น้ำมันงา ร่วมด้วยเพื่อช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อและอาการปวดเข่าได้

 

  1. อมกลั้วปาก ช่วยขจัดแบคทีเรีย

     การใช้น้ำมันมะพร้าวกลั้วปาก จะช่วยกำจัดเชื้อโรค แบคทีเรีย หรือคราบพลัคต่าง ๆ บริเวณซอกฟันให้หลุดออกมาได้

     HOW TO : ใช้น้ำมันมะพร้าว 1-2 ช้อนชา กลั้วปากในตอนเช้า ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วบ้วนทิ้งและบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

     เคล็ดลับ : ห้ามกลืนน้ำมันมะพร้าวเข้าคอ เพราะจะทำให้เอาเชื้อโรคเข้าร่างกายได้

 

  1. หมักผม ช่วยบำรุง รักษาเส้นผม

     สำหรับวิธีนี้หลายคนคงใช้กันบ่อยแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าการหมักผมด้วยน้ำมันมะพร้าวยังช่วยให้ผมสลวย เงางามอีกด้วย แถมยังป้องกันเชื้อราบนหนังศีรษะ ต้นเหตุของการเกิดรังแคได้อีกด้วย

     HOW TO : ใช้น้ำมันมะพร้าวชโลมผม หลังจากสระผมทุกครั้ง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง

     เคล็ดลับ : ช่วยเพิ่มผมดกดำ ลดผมหงอก ให้ใช้น้ำมันมะพร้าว 2 ส่วน ผสมกับดอกอัญชันบดหยาบ 1 ส่วน แล้วใช้ชโลมผมให้ทั่ว ทิ้งไว้ 15-20 นาที แล้วล้างออก

 

  1. ทาน้ำมัน แก้น้ำร้อนลวก ผิวไหม้แดด

     การทาน้ำมันเป็นการเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่ผิว เพราะน้ำมันมะพร้าวมีวิตามินอีสูงช่วยเพิ่มอาหารให้แก่ผิวได้ เมื่อผสมกับน้ำปูนใสที่มีความเย็น จะยิ่งช่วยลดความร้อนและการไหม้ของผิวลงได้อีกทางหนึ่ง

     HOW TO :  ใช้น้ำมันมะพร้าว 2 ส่วน ผสมกับน้ำปูนใส 1 ส่วน คนให้เข้ากัน แล้วใช้ทาบริเวณน้ำร้อนลวก หรือผิวไหม้แดด

     เคล็ดลับ : ทาน้ำมันมะพร้าวก่อนไปอาบแดดสามารถช่วยป้องกันผิวไหม้แดดได้ด้วย

 

  1. ทาน้ำมัน รักษาอาการน้ำกัดเท้า

     กรดลอริกจากน้ำมันมะพร้าว มีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อโรค แบคทีเรีย ต้นเหตุของการเกิดแผลและน้ำกัดเท้าได้

     HOW TO : ใช้น้ำมันมะพร้าว 2 ส่วน ผสมกับข่าบดละเอียด 1 ส่วน ผสมให้เข้ากัน แล้วใช้ทาบริเวณน้ำกัดเท้า วันละ 2- 3 ครั้ง

     เคล็ดลับ : เพิ่มการสมานแผลให้หายไวยิ่งขึ้น ให้บดเปลือกมังคุดใส่เพิ่มลงไป

 

     การใช้น้ำมันมะพร้าวบำรุงสุขภาพนั้น หากต้องการให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ควรดูตามความเหมาะสมของสุขภาพเราด้วย และ 5 สูตรน้ำมันมะพร้าวที่เราคัดสรรมาให้นั้น แนะนำให้เลือกใช้เป็นน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นดีกว่าสกัดร้อนนะคะ

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์ (Organic Coconut Oil Extra Virgin By ManNature)

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก goodlifeupdate

15-03-2019
5 ตัวช่วยจากธรรมชาติ ฟื้นฟูผิวหลังถูกแดดเผา

     ผิวแสบร้อนจากการถูกแดดเผา มักพบได้บ่อย ๆ ในช่วงหน้าร้อนที่มีอากาศร้อนจัด และใครที่กำลังมองหาวิธีรับมือกับปัญหานี้อยู่ วันนี้เรามีตัวช่วยจากธรรมชาติที่อยู่ใกล้ตัวมาฝากกันค่ะ

 

     อาการผิวแสบร้อนจากแดด มักพบเจอได้บ่อย ๆ ในช่วงหน้าร้อนที่มีอากาศร้อนจัด รวมถึงประเทศไทยก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีช่วงหน้าร้อนยาวนานมาก ๆ ทำให้เป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ต้องคอยวิตกกังวลกลัวว่าผิวจะคล้ำเสียกันอยู่ตลอดเวลา และหากใครต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแดดในช่วงเวลากลางวันเป็นระยะเวลานาน ๆ โดยที่ไม่ปกป้องผิวด้วยการทาครีมกันแดด แน่นอนเลยว่าสิ่งที่ได้ตามมาก็คือ ผิวคล้ำเสีย กร้านดำ คล้ายกับมีรอยไหม้อยู่บริเวณผิวหนัง เพราะการตากแดดร้อนจัดติดต่อกันเป็นเวลานานนั้น เสี่ยงต่อการรับรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีที่ส่งผลกระทบต่อผิวหนังและสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น ผิวไหม้จากแดด ผิวแก่ก่อนวัย มะเร็งผิวหนัง นั่นเอง

 

5 ตัวช่วยจากธรรมชาติ ที่ทำให้อาการแสบร้อนจากแดดหายเร็วยิ่งขึ้น ได้แก่

 

1. ว่านหางจระเข้

     ว่านหางจระเข้ มีสรรพคุณเด่นช่วยฟื้นฟูสภาพผิวหลังเจอแดด ช่วยลดปัญหาผิวไหม้คล้ำเสียจากแสงแดดได้เห็นผลทันที เพียงนำว่านหางจระเข้ล้างน้ำให้สะอาด ปลอกเปลือกออกให้เกลี้ยง นำวุ้นใสที่อยู่ด้านในล้างให้สะอาดแล้วนำมาพอกที่ผิวทิ้งไว้อย่างน้อย 15-20 นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ช่วยลดการอักเสบได้ดี และยังเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวนุ่มและลื่นขึ้น เพราะว่านหางจระเข้ช่วยสมานผิวและช่วยฟื้นฟูสภาพผิว

 

2. น้ำชา

     น้ำชา นอกจากช่วยให้รู้สึกสดชื่นแล้ว กลิ่นหอมของน้ำชายังมีส่วนในการช่วยให้สมองรู้สึกตื่นตัว ในน้ำชามีกรดแทนนิค ซึ่งมีสรรพคุณช่วยรักษาผิวที่เกิดจากผิวไหม้ได้ โดยการนำใบชามาต้ม จากนั้นนำไปแช่ไว้ในตู้เย็นจนน้ำชาเย็นจัด ใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำชาแล้วนำมาประคบที่ผิว หรือใช้วิธีแช่ตัวในน้ำเย็นที่ผสมกับน้ำชาก็เป็นวิธีที่สามารถช่วยรักษาผิว ไหม้แดดได้ดีเช่นกัน

 

3. น้ำมันมะพร้าว

     น้ำมันมะพร้าวมีส่วนผสมวิตามิน E ช่วยรักษาอาการอักเสบ ผิวไหม้แดด และช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด นอกจากนี้ยังช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นขึ้นด้วย โดยสามารถนำน้ำมันมะพร้าวมาทาผิวได้ทุก ๆ วัน หลังทาน้ำมันมะพร้าวแล้วอย่ารีบออกไปโดนแสงแดดทันที เพราะจะทำให้ผิวเราแทนขึ้นได้ ทิ้งไว้สักระยะหนึ่งแล้วค่อยออกแดดจะดีกว่า

 

4. โยเกิร์ต

     โยเกิร์ต มีสรรพคุณในการช่วยบำรุงผิวพรรณให้เรียบเนียน ชุ่มชื่น และขาวสดใส แถมช่วยบรรเทาอาการผิวแสบไหม้ได้เช่นกัน เพียงนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติ มาทาชโลมที่ผิวบริเวณที่เกิดอาการไหม้จากแสงแดด แล้วทิ้งไว้จนแห้งประมาณ 25-30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด สูตรนี้สามารถทาได้ทั้งบริเวณผิวหน้าและผิวกาย เพียงทำครั้งแรกอาการแสบร้อนจากผิวไหม้ก็จะดีขึ้น

 

5. แตงกวา

     นำแตงกวาไปแช่เย็น จากนั้นนำมาหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ วางประคบตามจุดต่าง ๆ ของผิวที่มีอาการแสบไหม้จากแดด วิตามินและความเย็นจากแตงกวา จะช่วยบรรเทาอาการแสบร้อน และช่วยให้ผิวกลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง     

 

ด้วยความปรารถนาดีจาก น้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคสกัดเย็น ตราแมนเนเจอร์

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก papaidoo

11-03-2019
COCONUTOIL

For more information,
please call
662-633-5300