บทความ เปลี่ยนจากน้ำมันธรรมดาเป็น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

เปลี่ยนจากน้ำมันธรรมดาเป็น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น

Share : facebook share line share.png twitter share messenger share

บทความ น้ำมันมะพร้าว

เปลี่ยนจากน้ำมันธรรมดาเป็น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น



ปัจจุบันคนไทยชอบทานของทอด ของมันเพิ่มมากขึ้น ด้วย Texture ของอาหารที่กรอบ อร่อย ทำให้คนติดใจ แต่จะดีกว่าไหม ถ้าเราจะเปลี่ยนน้ำมันทอดอาหารธรรมดาเป็น น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ( Coconut oil extra virgin )

 

น้ำมัน คืออะไร ?

     ในน้ำมันจะมีไขมันเป็นส่วนประกอบ ซึ่งไขมันนั้นเป็นสารอาหารหลัก 5 หมู่มีประโยชน์ในการให้พลังงาน และสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์ในร่างกาย ช่วยในการดูดซึมวิตามินที่ละลายได้ในไขมัน ช่วยห่อหุ้มอวัยวะ และกระดูก ช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื้น และเป็นสารจำเป็นในการสังเคราะห์สารสำคัญให้กับร่างกาย เช่น คอเลสเตอรอล ( cholesterol ) ซึ่งเป็นสารที่สำคัญในกระบวนการสังเคราะห์โปรวิตามินดี ฮอร์โมนเพศ และน้ำดี ร่างกายไม่สามารถที่จะสร้างไขมันบางชนิดขึ้นได้เอง เช่น กรดไขมันที่จำเป็น ( essential fatty acids ) ได้แก่ กรดไขมันโมเมก้า3 และกรดไขมันโอเมก้า6 จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องได้รับเข้ามาในร่างกายทางอาหารการกิน

 

ไขมันในอาหาร

     ไขมันที่มักพบในอาหาร คือ กรดไขมัน ( fatty acid ) ซึ่งแบ่งออกมาได้ 2 ประเภท คือ

1. กรดไขมันอิ่มตัว มาจาก น้ำมันมะพร้าว ( Coconut oil ) น้ำมันปาล์ม น้ำมันหมู

2. กรดไขมันไม่อิ่มตัว มาจาก น้ำมันข้าวโพด น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง

 

     กรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัว และไขมันอีกหนึ่งประเภท คือ ไขมันทรานส์ ( trans fat ) ซึ่งเป็นกรดไขมันที่เกิดกระบวนการแปรรูป โดยการเติมไฮโดรเจนลงไปในน้ำมันพืชที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สามารถเก็บรักษาน้ำมันเอาไว้ไม่ให้เหม็นหืน และสามารถทนความร้อนได้สูง ไขมันทรานส์สามารถพบได้อย่างมากในชีวิตประจำวัน เช่น เนยขาว ครีมเทียม มาร์การีน หรือเนยเทียม วิปปิ้งครีมอาหารเบเกอรี่ และอาหารฟาสต์ฟู้ดต่าง ๆ เพราะไขมันทรานส์มีผลเสียต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เนื่องจากไขมันทรานส์เป็นไขมันที่เกิดมาจากการแปรรูปซึ่งจะแตกต่างกับไขมันที่มาจากธรรมชาติทำให้ย่อยสลายได้ยากในร่างกาย และขับออกจากร่างกายได้ง่าย ทำให้ตับทำหน้าที่ย่อยสลายไขมันต้องใช้วิธีที่ไม่เหมือนกับการย่อยสลายไขมันทั่วไป ซึ่งจะทำให้ตับนั้นทำหน้าผิดปกติ และยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด ไขมันทรานส์จะทำให้ระดับคอเลสเตอรอล ชนิด LDL ( low density lipoprotein ) ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น และทำให้ระดับคอเลสเตอรอล HDL  ( high density lipoprotein ) ในเลือดให้ต่ำลง และยังเพิ่มสภาวะการอักเสบ และการทำงานที่ผิดปกติของเซลล์ผนังหลอดเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้บริโภคไขมันทรานส์สูงมีความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดเพิ่มขึ้น

 

สิ่งที่ควรระวังเมื่อทานอาหารที่มีน้ำมันมากจนเกินไป

     ก่อนที่เราจะบริโภคทั้งน้ำมันที่ได้จากพืช หรือสัตว์ ไม่ว่าจะน้ำมันประเภทไหนหากบริโภคมากเกินไปก็ไม่ดีต่อร่างกาย และส่งผลต่อน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นด้วย การนำน้ำมันที่ใช้แล้วกลับมาทอดซ้ำจะส่งผลเสียให้กับร่างกายเป็นอย่างมาก น้ำมันที่ทอดซ้ำจะมีสารโพลาร์ ( polar compounds ) ที่เกิดจากการแตกตัวของน้ำมัน และสารโพลีไซคลิก อะโรมาติก ไฮโดรคาร์บอน ( polycyclic aromatic hydrocarbons : PAHs ) สารที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของน้ำมันทอดอาหารจะเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งตับ และปอด ส่วนไอระเหยที่มาจากน้ำมันทอดซ้ำ หากสูดดมเป็นเวลานานอาจมีอันตรายต่อสุขภาพ ควรหลีกเลี่ยงที่จะรับประทานอาหารที่มาจากน้ำมันที่ทอดซ้ำ และควรเลือกประเภทอาหารให้เหมาะกับน้ำมันที่ใช้ วิธีดูว่าใช้น้ำมันถูกกับประเภทอาหารที่จะทำหรือไม่ ให้ดูจากที่จุดเกิดควันของน้ำมัน ( smoke point ) อุณหภูมิที่น้ำมันเกิดการแตกตัว หรือสลายตัวจะทำให้เกิดควัน หรือมีกลิ่นไหม้

 

ประเภทอาหารที่เหมาะกับน้ำมัน

1. สลัด

     ประเภทอาหารชนิดสลัดควรใช้น้ำมันมะกอก หรือ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ( coconut oil extra virgin ) ที่สามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องผ่านความร้อน เพราะการผ่านความร้อนบางทีจะทำให้สูญเสียคุณค่าทางอาหาร และอาจจะทำให้ไขมันในน้ำมันนั้นกลายเป็นไขมันทรานส์ที่จะก่อให้ร่างกายของเราเกิดโรคได้

2. เมนูผัด

     ประเภทผัดผัก หรือผัดกับเนื้อสัตว์ ควรใช้น้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันข้าวโพด น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ( coconut oil extra virgin ) เพราะน้ำมันพวกนี้ไม่เหมาะกับการนำไปใส่ในสลัด หรือนำไปทอดอาหารนาน ๆ เนื่องจากไม่สามารถกินได้โดยไม่ผ่านความร้อน และไม่สามารถทนความร้อนได้นาน

 

3. เมนูทอด

     การทอดอาหารต้องใช้เวลานานในการทำจึงต้องใช้น้ำมันประเภทที่ทนความร้อนได้สูง เช่น น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม แต่ไม่ควรนำมาทอดซ้ำ ๆ เกิน 3 ครั้ง เพราะจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคที่จะเกิดขึ้นต่อร่างกาย

 

เห็นกันหรือยังคะว่าน้ำมันที่เราทานไปกับอาหารในแต่ละวันนั้นอันตรายแค่ไหน แต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนมาใช้ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น สำหรับปรุงอาหาร ตราแมนเนเจอร์ จากธรรมชาติ 100% ( Organic Coconut Cooking Oil By ManNature ) มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 400 ml. และ 1,000 ml. สามารถใช้ได้ทั้งผัด และทอด ให้ความร้อนสูง จึงสามารถใช้ทอดในอุณหภูมิสูงมาก ๆ ได้ โดยไม่เกิดการสลายตัว จากความร้อนกลายเป็นควัน และกลิ่นฉุน ซึ่งสามารถช่วยลดความเสี่ยงโรคต่าง ๆ ได้ แถมยังมีคุณค่าทางอาหารอีกด้วย อย่างไรก็ตาม เราควรบริโภคไขมันแต่พอสมควร ไม่มากไป และไม่น้อยไป ที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายด้วยนะคะ

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ตัวช่วยที่ดีของคุณแม่หลังคลอด

ทำอาหารแบบเลิศๆ ด้วย น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil )


บทความที่น่าสนใจ

นวดตัวด้วย น้ำมันมะพร้าว ( Coconut oil )

น้ำมันมะพร้าวปรุงอาหาร ดีกว่าน้ำมันชนิดอื่นอย่างไร

กรดไขมัน ที่อยู่ใน น้ำมันมะพร้าว ( Coconut Oil )

น้ำมันมะพร้าว สกัดเย็น เพื่อความงาม